Barcode:      ISBN:  
   Lib. Code:      Call Number:  
   Title: อานุภาพสะพานมิตรภาพที่ดินมุกดาหารเพิ่มค่า 10 เท่าตัว   
   Author: สยามธุรกิจ    
   Publication: สยามธุรกิจฉบับวันที่ 6 - 9 ม.ค. 2550, 
   Language:    
   Country:    
   Abstract: กลายเป็นย่านทำเลทองอย่างไม่อาจปฏิเสธไปเสียแล้วสำหรับที่ดินรอบ ๆ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 (สะหวันเขต – มุกดาหาร) หลังทำพิธีเปิดเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้มีส่วนสำคัญต่อสภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะทางด้านการค้าชายแดนมีช่องทางสดใส บานสะพรั่งทั่วทั้งอินโดจีน เนื่องจากเป็นจุดที่เชื่อมต่อยังประเทศเวียดนาม ,กัมพูชา และลาว แน่นอนการค้าการขายย่อมคึกคักเป็นพิเศษ เชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญทำให้ แต่สำหรับราคาที่ดินใกล้กับสะพานนี่ซิมีกระแสข่าวว่าพุ่งสูงปี๊ดอย่างน่าตกใจ ล่าสุดจากการลงพื้นที่สำรวจของ “สยามธุรกิจ” ได้รับการยืนยันว่า “มุกดาหาร” จะเป็นทำเลทองแห่งใหม่ของการค้าการลงทุน โดย นายธรรมนูญ ทองนิตย์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เมื่อปี 2547 จนเปิดใช้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อราคาที่ดินจังหวัดมุกดาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2547-2549 ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 3.63% จากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6-7% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และนักลงทุนยังไม่ค่อยมั่นใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเปิดใช้สะพานแล้วคาดว่านับจากนี้ไปราคาที่จะขยับตัวเพิ่มขึ้น 7-10% โดยย่านที่ราคาที่มีการเปลี่ยนมือบ่อยช่วงที่ผ่านมาคือ ย่านสี่แยกไปคำชะอี และสี่แยกไปจังหวัดนครพนม ราคาตกไร่ละ 500,000 - 600,000 บาท ส่วนย่านที่คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นมากและเป็นที่ต้องการของนักลงทุนนับจากนี้ไปจะเป็นที่ดินรอบๆ สะพานข้ามแม่น้ำโขง บริเวณบางทรายใหญ่, บางทรายน้อย ,อบต.มุกดาหาร และคำป่าหลาย ซึ่งตอนนี้ราคาซื้อขายตกไร่ละ 1 ล้านบาท โดยนักลงทุนที่กว้านซื้อที่ดินไปจะนำไปลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจศูนย์รวมและกระจายสินค้า ที่พักรถหัวลาก โกดังเก็บสินค้า นอกจากนี้ ยังมีโรงแรม ซึ่งขณะนี้ได้ขอมา 1 แห่ง อยู่บริเวณน้ำแม่น้ำโขงจะก่อสร้างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มจำนวนมาก โดยเฉพาะวันสุดสัปดาห์ สำหรับย่านที่ราคาที่ดินแพงสุดในมุกดาหารคือ ย่านถนนสองนางสถิตย์ ถนนพิทักษ์สันติราษฎร์ ตกราคาไร่ละ 8 ล้านบาท นายธรรมนูญ กล่าวว่า จากนี้ไปราคาที่ดินมุกดาหารจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เพียงการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เป็นตัวสนับสนุนเท่านั้น แต่การนิคมอุตสาหกรรมฯ กำลังสำรวจทำเขตส่งเสริมการลงทุน และสำนักงานเกษตรฯ กำลังจะตั้งศูนย์อบยางพาราของภาคอีสานด้วย ขณะที่ นายอภิชาติ ศรีสวัสดิ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เป็นอีกคนที่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ได้อย่างน่าฟัง โดยเขาบอกว่า ภายหลังจากเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร จะส่งผลให้การค้า การลงทุนในจังหวัดมุกดาหารคึกคักอย่างแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจที่น่าลงทุนเป็นอย่างมากไม่ว่าจะ การนำสินค้าเข้ามาแพ็ก ธุรกิจคลังสินค้า การกระจายสินค้า และถ้าภาครัฐส่งเสริมการค้าโดยผ่อนปรนกฎระเบียบก็ยิ่งจะเป็นตัวผลักดันการค้าให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ขณะนี้เตรียมจะก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้ามี 3 แห่งให้เลือกคือ บริเวณโรงน้ำตาลสหรุ่งเรือง ,คำป่าหลาย และศูนย์ไหม ส่วนภาคเอกชนทางกลุ่มธุรกิจของอดีตส.ว.อำนาจเจริญก็เตรียมจะก่อสร้างศูนย์ลอจิสติกส์เช่นกัน นายอภิชาติ กล่าวว่า การเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ยังจะผลดีต่อการค้า การลงทุนในภาพรวม โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากตามแผนการก่อสร้างถนน West - East Corridor เพื่อเชื่อมโยงภาคตะวันออกและตะวันตกจะช่วยร่นระยะเวลาการเดินทาง โดยทางกลุ่มประเทศที่จะหันมาใช้เส้นทางดังกล่าว ได้แก่ จีน เกาหลี และฮ่องกง พม่า อินเดีย เพื่อติดต่อค้าขายกัน ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สำนักพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ชายแดน (สพช.) สภาพัฒน์ฯได้ศึกษาเพื่อวางแผนพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนต่อเนื่อง 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และสกลนคร โดยได้มีการเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่จังหวัดดังกล่าวคือ จังหวัด นครพนม มีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์การผลิต และอุตสาหกรรม จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความเหมาะสมที่จะเป็น "นครอุตสาหกรรมสีเขียว" หรือศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตร จังหวัดสกลนคร เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจัดตั้งเป็น "นครวิทยาศาสตร์การเกษตร" จังหวัดมุกดาหาร เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ หรือ "นครการค้าชายแดน"เมื่อการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติ จังหวัดมุดาหาร- สะหวันเขต และโครงการต่างๆ ที่จะมารองรับแล้วเสร็จ จะส่งผลให้จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญ และมีบทบาทในด้านต่างๆ มากขึ้นคือ 1.บทบาทในฐานะเป็นประตูการค้าและการลงทุนสู่อินโดจีน 2.บทบาทในฐานะเป็นฐานการผลิตด้าน อุตสาหกรรมที่จะเชื่อมโยงสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน และประตูไปสู่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทย 3.บทบาทในฐานะศูนย์กลางการฟื้นฟูบูรณะอินโดจีน ในแง่การเงินการธนาคาร การบริการด้านวิชากรร การวิจัยและศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยี 4. บทบาทในฐานะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของกลุ่มประเทศอินโดจีน เช่น นครวัด นครธม ในประเทศกัมพูชา น้ำตกหลี่ผี ในสปป.ลาว และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ของประเทศเวียดนาม ด้านนายเชษฐา สังขะรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ทางจังหวัดมุดาหารได้ศึกษาโครงการสร้างศูนย์กระจายสินค้าเบื้องต้นไปแล้ว โดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 18 เดือน ตามเส้นทางขนส่งสินค้าจากไทยเข้าลาวและทะลุสู่เมืองดานังประเทศเวียดนาม ซึ่งได้ส่งรายงานไปที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของบประมาณการก่อสร้าง โดยมีข้อเสนอ 3 รูปแบบคือ 1.ภาครัฐลงทุน 100% 2.ลงทุนร่วมกับเอกชน 3.เอกชนลงทุน 100% สำหรับพื้นที่มองไว้ 3 แห่ง เป็นของเอกชน 2 แห่ง และที่ราชพัสดุ 1 แห่ง แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้พื้นที่ของบริษัท สหเรือง จำกัด โรงงานน้ำตาลสหเรือง ซึ่งพื้นที่อยู่ห่างจากสะพานมุกดาหารเพียง 2 กิโลเมตร สำหรับศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ศูนย์การผลิต รวบรวม แปรรูปและกระจายสินค้ามุกดาหาร จัดเป็น one stop service ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ครบถ้วน สะดวกต่อการนำสินค้าเข้า-ออก อาทิ สถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้า จุดจอดรถพ่วง รถบรรทุก สำนักงานศุลกากร เขตปลอดอากร สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมุกดาหาร สถาบันฝึกอบรม พัฒนาและวิจัย บ่อบำบัดน้ำเสีย และสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ถนน ฯลฯ กำหนดกรอบพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2 พันไร่ “ขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายคือส่งแผนเสนอสภาพัฒน์ฯเพื่อของบประมาณ โดยมี 15 จังหวัดภาคอีสานช่วยกันผลักดัน เพราะหากเกิดศูนย์กระจายสินค้าจะสร้างประโยชน์ถึง 4 ด้านคือ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2.การค้าชายแดน 3.การพัฒนาภาคอีสาน และ 4. เพิ่มระดับรายได้ของประชากรในพื้นที่” นายเชษฐา กล่าว นายประมวลศิลป์ โภคสวัสดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท สหเรือง จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่าผลการศึกษาขณะนี้อยู่ที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งการทำประชาพิจารณ์ครั้งล่าสุดสรุปว่าจะใช้พื้นที่ของสหเรืองเพราะอยู่ใกล้สะพานมากที่สุด ขณะที่พื้นที่ตัวเลือกอื่นอยู่ห่างจากสะพานประมาณ 10 กิโลเมตรขึ้นไป โดยเฉพาะพื้นที่ของหลวงที่อำเภอดอนตาลห่างจากสะพานถึง 30 กิโลเมตร ส่วนที่ราชพัสดุก็น้อยเกินไปมีเพียง 500 ไร่ ซึ่งการลงทุนมี 3 รูปแบบดังได้กล่าวไปแล้ว โดยจะเริ่มทำเฟสแรกก่อน 1 พันไร่ “ปัจจุบันที่ดินเปล่าเวลานี้ราคาไร่ละ 3.8 แสนบาท 1 พันไร่ก็เท่ากับ 380 ล้านบาท ถ้าภาครัฐลงทุนเองผมก็ขายที่ดินให้ตามราคาประเมิน แต่ถ้าผมลงทุนเองทั้งหมด ก็ต้องตัดพื้นที่ประมาณ 300 ไร่มาลงทุนสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน น้ำ ไฟ ศูนย์บริการ แล้วขายต่อให้ผู้ประกอบที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ในราคาไร่ละ 9 แสนบาทถึงจะคุ้มทุน ในขณะเดียวกันถ้าภาครัฐร่วมลงทุน ออกเงินช่วยสร้างสาธารณูปโภค ราคาที่ดินจะลดลง อาจเหลือเพียงไร่ละ 7 แสนบาทซึ่งใกล้เคียงกับศูนย์กระจายสินค้าฝั่งลาว”อย่างไรก็ตาม แม้ที่ดินในศูนย์กระจายสินค้าฝั่งลาวจะถูกกว่าโดยมีราคาไร่ละ 5 แสนบาทแต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์กับผู้ประกอบการ โดยให้สิทธิเช่าได้เต็มที่ 20-30 ปี ในขณะที่ฝั่งไทยจะขายให้เป็นกรรมสิทธิ์เลย ซึ่งนายประมวลศิลป์เชื่อว่าศูนย์การผลิต รวบรวม แปรรูปและกระจายสินค้ามุกดาหารจะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค้าระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม เนื่องจากจะได้รับความสะดวกสบายหลายประการ เป็น one stop service มีสิทธิพิเศษด้านภาษี ในขณะที่หากลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าเองจะไม่สะดวกด้านการนำสินค้าเข้า-ออก อย่างไรก็ตาม นายประมวลศิลป์มองว่าโครงการนี้ไม่น่าจะสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ คงต้องรอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาและอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง ขณะที่นายพิเชษฐ์ แสงนิศากร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ขั้นตอนกำลังอยู่ในช่วงนำเสนอภาครัฐเพื่อขออนุมัติงบประมาณ แต่ถ้ารัฐไม่อนุมัติงบประมาณเอกชนก็สามารถทำเองได้ แต่อาจจะใช้เวลานานทีมข่าว “สยามธุรกิจ” ได้ติดต่อไปยัง นางสาวพรเพ็ญ วรสีหะ ผู้อำนวยการกรมยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่ติดประชุม ทราบผลจากผู้ช่วยว่าขณะนี้ได้ส่งรายงานกลับไปยังจังหวัดมุกดาหารเพื่อกำหนดการประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดอีกครั้งหนึ่งว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นอย่างไร รวมถึงการพิจารณาพื้นที่ที่จะใช้สร้างศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว  January 06, 2007 Saturday, 08:15 
   Note:  
   Keyword: เศรษฐกิจ, ไทย, ลาว   
   Price:  B$    Page: