Stalingrad ยุทธภูมิเลือด สตาลินกราด
( 0 Votes )
วันพฤหัสบดีที่ 06 ตุลาคม 2011 เวลา 09:18 น.

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังเกี่ยวกับสงครามที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ที่ SAC จัดหามาให้บริการอีกเรื่องหนึ่ง

ปก

ภาพยนตร์ เรื่องนี้ต่างจากหนังเกี่ยวกับสงครามเรื่องอื่นๆ ตรงที่สร้างจากผู้กำกับชาวเยรมัน เรื่องเกิดเมื่อปลายฤดูร้อน 1942 ในช่วงสงครามโลก ปีที่ 4 กองพันที่ 6  ในช่วงที่เยอรมันยึดพื้นที่รัสเซียแถบทะเลแคสเปี้ยน กองร้อยที่ 2 นำโดยร้อยโทปอน วิทแลน นายทหารหนุ่มมอบเหรียญกล้าหาญให้ทหารฟลิตซ์ (Flitz) ซึ่งมาสายก่อนการกรีฬาทัพออกรบด้วยรถไฟแนวหน้าไป

นายทหารหนุ่มจากตระกูลดี พยายามที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับในตัวเขา  ครั้งแรกที่เขาออกรบชายแดน  ช่วงท้ายของสงคราม เยอรมันมีกำลังอ่อนแอ แต่ต้องรักษาที่มั่นไว้เพื่อไม่ให้แพ้ ความโหดร้ายของสงครามอาจทำให้คนใจโหดเหี้ยมกันมากขึ้น เห็นแก่ตัวกันมากขึ้น ผู้พันหน่วยทหารเยอรมันที่หมวดหนุ่มสังกัดอยู่ ไม่มีความปราณีต่อเชลยรัศเซียที่จับมาได้ ซึ่งหมวดหนุ่มไม่เห็นด้วย เขาคัดค้านและขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา  ตั้งแต่ยังออกไปรบ

ผล จากการวางแผนการรบที่ไม่ดีพอ ทำให้ไม่สามารถยึดกรุงมอสโคว์และจุดสำคัญๆ ในเวลาที่ควรจะเป็น  เกิดเป็นยุทธภูมิครั้งสำคัญที่สตาลิน กราด ระหว่างการรบ หลังปะทะกับทหารรัสเซียที่อยู่ตึกตรงข้ามกัน ทั้งสองฝ่ายระวังกันและกัน ฝ่ายรัสเซียพยายามจะออกมาพาเพื่อนทหารที่บาดเจ็บอยู่ระหว่างตึกทั้งสองกลับ เข้าไปรักษา ฝ่ายเยอรมันจึงยิงใส่  แต่ผู้หมวดให้ทหารในหน่วยที่พูดรัสเซียได้ ตะโกนเจรจากับฝ่ายรัสเซีย จนกระทั่งหยุดยิงเพื่อช่วยทหารบาดเจ็บ

ต่อมา เกิดความผิดพลาดในการพาทหารไปรักษาตัวในแคมป์รักษาพยาบาล ทหารในหน่วยใช้ปืนข่มขู่ให้คนที่คิดว่าเป็นหมอมารักษา และบังเอิญผู้บังคับบัญชามาเห็นเข้าพอดี ทหารทั้งหมูเลยถูกถอดยศเป็นนักโทษในกองทัพเยอรมัน

กว่าจะ มีโอกาสกลับเข้ามาประดับยศและออกรบอีกครั้งก็ต้องอาศัยโชค ความกล้าและความสามารถอย่างมาก ต้องเก็บกู้ระเบิกท่ามกลางหิมะสุดหนาวเย็น มีฉากหนึ่งที่ทหารขุดหลุมเพาะเล็กๆ  แล้วลงไปดักรอในหลุม เพื่อรอให้รถถังวิ่งผ่านข้ามหัวไป แล้วใช้ระเบิดระเบิดถังติดระหว่างที่รถถังวิ่งผ่าน บางคนติดไม่ทัน ลุกขึ้นวิ่งตามหลังไปแปะเอาก็มี

ทหารเยอรมันต่อต้านรถถัง

ผลจากความกล้าหาญเหล่า นั้นทำให้ได้รับกลับเข้าร่วมรบอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากว่าเดิม มีเพียงปืนเล็กยาวและระเบิดสำหรับใช้ต่อสู้กับกองกำลังผสมรถถังและกำลังทหาร ราบในระยะประชิด

อย่างไรก็ ตาม กองทัพยังต้องการให้พิสูจน์ความจงรักภักดี โดยให้ยิงเป้าพลเรือนรัสเซียที่กองทัพกล่าวหาว่ากระทำผิด  ซึ่งในกลุ่มชาวบ้านนั้นมีเด็กรัสเซียที่ผู้หมวดกับพรรคพวกเคยจับตัวไว้โดย บังเอิญ  เมื่อตอนที่ขอหยุดยิงกับรัสเซียเพื่อช่วยคนเจ็บแล้วไม่สำเร็จนั้นเอง  ผู้หมวดพยายามขอชีวิตเด็กจากผู้บังคับบัญชาแต่ก็ไม่เป็นผล นี่คือความโหดร้ายของสงครามที่เขาต้องเผชิญหน้า

ด้วยความ อดอยาก ความหนาว ทำให้ภารกิจหลังคราม ทหารเยอรมันยอมจำนนในที่สุด ความโหดร้ายของสงครามที่สตาลิน กราด ยังดำเนินต่อไปแม้กระทั่ง แม้แต่หลังการถอยทัพอย่างหมดรูปของกองพันที่ 6 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1943/พ.ศ.2486 ก็ยังมีคนตายเพิ่มขึ้นอยู่  สงกรานที่สมรภูมิสตาลินกราดครั้งนี้ มีทหารและประชาชนตายไปทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านคน

 

หนังเรื่องนี้สร้างให้ตัวเอกของเรื่องมีความเมตตา มากอยู่กว่าที่ควรจะเป็น บางคนมองว่าอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ได้กระทำไปในช่วงสงครามนั้น ผู้บังคับบัญชาที่ในเรื่องเรียกว่า ผู้พันนั้น แต่ในภาษาอังกฤษจะเรียกสองคนนี้ทับศัพท์ภาษาเยอรมันว่า "Herr Hauptmann" ซึ่งเป็นเพียงร้อยเอก หรือผู้กอง ต่างไปจากเวอร์ชั่นภาษาไทย

 

อ้างอิง

http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=403767&Ntype=1

 


คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190
โทรสาร. 045-288870 โทรศัพท์. 045-353700

ท่านสามารถเสนอแนะแนวทางปรับปรุงเว็บไซต์ได้ที่ WebMaster