Barcode:      ISBN:  
   Lib. Code:      Call Number:  
   Title: ตามรอย"พญานาค" ข้ามโขงไปน้ำงึม   
   Author: เว็บไซต์ข่าวสด    
   Publication: http://www.matichon.co.th/khaosod, 
   Language:    
   Country:    
   Abstract: -ศรีนิตย์ ศรีอาภรณ์ "น้ำของ(แม่น้ำโขง) ปีนี้ถือว่าแล้งกว่าทุกปี จากที่จีนสร้างเขื่อนกั้นน้ำ" เสียงจากไกด์สาวเมืองลาวแนะนำตัวว่า ชื่อนางวิลาวัน สาละ "น้องวัน" บอกเล่าสภาพความเป็นไปของแม่น้ำนานาชาติสายนี้ให้คณะทัศนศึกษาจากประเทศไทยรับทราบ ระหว่างรถโดยสารวิ่งข้ามขัว(สะพาน)ไทย-ลาว ที่หนองคาย สอดคล้องกับสิ่งที่อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผอ.มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ฯ กล่าวในหัวข้อ "ล่องน้ำโขง: มิติทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมวัฒนธรรม" ในงานสัมมนาวิชาการ"ลุ่มน้ำโขง: วิกฤต-การพัฒนา-และทางออก" จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และองค์กรร่วม ที่หนองคาย เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา อ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า แม่น้ำโขงกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ 2 ประการ เรื่องแรกคือการสร้างเขื่อนขนาดมหึมาในจีน ตั้งแต่ปี 36 เขื่อนมั่นวาน ถือเป็นเขื่อนแรกที่กำเนิดขึ้นมาสำหรับปั่นกระแสไฟฟ้าขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ขณะที่จีนยังคงมีแผนสร้างอีก 10 เขื่อนบนแม่น้ำโขง จะเกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำโขงจากเชียงรายลงมาถึงโขงเจียม อุบลราชธานี และที่จำปาสัก ในลาว โดยไม่พูดถึงประเทศที่อยู่ใต้น้ำลงไปอย่างกัมพูชา ซึ่งน้ำในทะเลสาบเขมรกำลังน้อยลงๆ หรือดินดอนปากแม่น้ำในเวียดนามที่ตกอยู่ในสภาพน้ำทะเลกำลังหนุนขึ้นมา "ทั้งที่แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ ไหลผ่าน 6 ประเทศ แต่เมื่อมีการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำตอนบนกลับไม่มีการหารือและทำข้อตกลงกับประเทศอื่น รวมถึงประชาชนใต้น้ำ จีนใหญ่และทรงพลังอำนาจมากเกินกว่าที่รัฐบาลของชาติเล็กๆจะกล้าปริปาก"อ.ชาญวิทย์ กล่าว อ.ชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า อีกปัญหาคือการระเบิดเกาะแก่งเพื่อเปิดการเดินเรือ ภายหลังลงนามในสนธิสัญญาเพื่อการเดินเรือพาณิชย์โดยเสรีในแม่น้ำโขง ระหว่าง จีน ลาว พม่า และไทย การเดินเรือเริ่มจากเมืองซือเหมาของจีนลงมาถึงหลวงพระบาง แต่ปัญหาคือในลำน้ำสายนี้มีเกาะแก่งผาดอนทางธรรมชาติกว่า 100 แห่ง เป็นอันตรายแก่เรือเหล็กท้องแบนของจีน ซึ่งมีน้ำหนัก 80-100 ตัน จึงต้องระเบิดเกาะแก่งเหล่านี้ ซึ่งเท่ากับข่มขืนกระทำชำเราแม่น้ำโขง ปัญหาคือจะคุ้มกับความสูญเสียทางธรรมชาติและระบบนิเวศหรือไม่ เพราะเกาะแก่งเปรียบเสมือนบ้านของปลานานาพันธุ์ ทั้งยังทำให้น้ำเปลี่ยนทางเดิน ตลิ่งพัง วิถีชีวิตทำประมงของคนจำนวนไม่น้อยในลำน้ำสายนี้ต้องเปลี่ยนไป ระยะทางประมาณ 25 ก.ม. จากด่านชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว บนถนนเส้นนี้คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ โดยเฉพาะปริมาณรถจักรยานยนต์วิ่งกันขวักไขว่มากเป็นพิเศษ "แต่ก่อนบ่เคยมีอุบัติเหตุ ขี่รถบ่ตำ(ชน)กัน แต่ยามนี้เกิดบ่อย คนลาวซื้อรถซ่วยเหลือ หมายถึงรถมอเตอร์ไซด์ราคาถูกที่นำเข้าจากจีนมาใช้ แต่คุณภาพสู้รถมอเตอร์ไซด์จากไทยไม่ได้ มีแต่คนรวยมีฐานะที่ซื้อรถจากไทย ซึ่งราคาแพงกว่า รถมอเตอร์ไซด์จีนเวลาวิ่งๆไปบางทีเครื่องดับกลางถนน รถที่ขับตามมาก็ตำเอา"ไกด์สาวลาว บอกเล่า อาคารพาณิชย์ผุดใหม่เกิดขึ้น 2 ข้างทาง แข่งขันกันนำสินค้าตั้งโชว์หน้าร้าน โดยเฉพาะร้านขายมอเตอร์ไซด์จากจีนมีทุกหนแห่ง พอๆกับโทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งสะท้อนถึงความคึกคักของการขยายตัวทางการค้าการลงทุนในลาว โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อย้อนรอยอดีตของอาณาจักรล้านช้าง ก่อนเป็นลาวในปัจจุบัน เริ่มจากหอพระแก้ว ไปสิ้นสุดที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติลาว นำทีมโดยอ.ชาญวิทย์ และอ.ทรงยศ แววหงษ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร ให้ภาพความสัมพันธ์ในอดีตของ 2 ประเทศ ปิดท้ายการทัศนศึกษาครั้งนี้คือ มุ่งหน้าสู่เขื่อนน้ำงึม ห่างจากเวียงจันทน์ประมาณ 90 ก.ม. เป็นเขื่อนกั้นน้ำงึมเพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของลาว เขื่อนน้ำงึมสร้างเสร็จเมื่อปี 2514 ด้วยความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศต่างๆ และองค์การสหประชาชาติ ควบคุมการก่อสร้างโดยทีมวิศวกรญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 370 ตร.ก.ม. กำลังผลิต 150 เมกกะวัตต์ โดยร้อยละ 60 ส่งขายให้ไทย "มื้อนี้จะพาไปล่องเรือไททานิก กินอาหารแซบ เป็นปลาสดๆที่เขื่อน แหล่งท่องเที่ยวอีกบ่อน(แห่ง) หนึ่งของเวียงจันทน์ ข้างบนเขื่อนเป็นแอ่งกว้างอีหลี(จริงๆ) คนลาวเอิ้น(เรียก)ว่าเป็นทะเลเมืองลาว เพราะเฮาบ่มีทะเล นอกจากน้ำของ(แม่น้ำโขง)แล้ว น้ำงึมเป็นแม่น้ำที่คนลาวฮัก น้ำงึมจะมีสีเขียวตลอดปี ส่วนซื่อ(ชื่อ)น้ำงึม แจ้งตามอากาศสภาพที่เป็นความจริง คือ เบิ่งดีๆ บริเวณนี้มันบ่แจ้ง(สว่าง) มันงึมๆ ครึมๆ(ครึ้มๆ)"น้องวันแนะนำ ขณะที่อ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า คำอธิบายของไกด์ลาว อาจมาจากการเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษามาแบบนี้ แต่หากถามข้อเท็จจริงจากชาวบ้านคำว่า"งึม" มีความหมายเช่นเดียวกับภาษาเหนือ หมายถึง เงือก หรือนาค น้ำงึม ตามตำนานเล่าขาน ภูมิปัญญาที่เล่าสืบมาของชาวบ้านเชื่อว่า แม่น้ำสายนี้คือที่มาของการเกิดบั้งไฟพญานาค เนื่องจากน้ำงึมเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ไหลไปลงแม่น้ำโขงทางใต้ของเวียงจันทน์ ตรงกับอ.โพนพิสัย จ.หนองคาย อ.ชาญวิทย์ กล่าวด้วยว่า การเดินทางมายังเขื่อนน้ำงึมเพื่อให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง โดยน้ำงึมเป็นหนึ่งในลำน้ำสาขา ถูกสร้างเขื่อนกั้นด้วยจุดประสงค์บริหารจัดการน้ำ ไม่ต่างกับแม่น้ำมูน ที่มีเขื่อนปากมูลและเขื่อนสิรินธรกั้น "ในฐานะนักวิชาการที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากการสำรวจวิจัย มาเผยแพร่ในวงกว้างให้เกิดการรับรู้ กระตุ้น จุดประกาย เพื่อเป็นทางออกหรือทางเลือกต่อไป อย่างน้อยการสัมมนาที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดผลงานนำมาตีพิมพ์นำไปสู่การแลกเปลี่ยนต่อไป"ผอ.มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ฯ กล่าวทิ้งท้าย บทบันทึกการเดินทางของสายน้ำโขงในวันแปรผัน   February 05, 2006Sunday, 02:10 
   Note:  
   Keyword: วัฒนธรรม   
   Price:  B$    Page: